หมวดหมู่: BLOG

จากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สู่บะหมี่ถ้วยแรกของโลกโดยนิสชิน

จากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สู่บะหมี่ถ้วยแรกของโลกโดยนิสชิน

หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักที่มาของ Chicken Ramen บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองแรกของโลกจากไอเดียของอันโดะ โมโมฟุคุ (安藤百福) ผู้ก่อตั้งแบรนด์นิสชิน (NISSIN) ในบทความนี้เราจะมาดูกันต่อกับที่มาของบะหมี่ถ้วย Cup Noodles อีกสิ่งประดิษฐ์ล้ำยุคของอันโดะซึ่งต่อยอดมาจาก Chicken Ramen กันค่ะ

ประกายไอเดียที่ต่อยอดจาก Chicken Ramen

ando in USA
อันโดะระหว่างการเดินทางในสหรัฐอเมริกา (เครดิตภาพ: NISSIN)

หลังความสำเร็จของ Chicken Ramen อันโดะคิดที่จะต่อยอดขยายตลาดต่อไป ในปี 1966 อันโดะออกเดินทางเพื่อดูงานที่ยุโรปและอเมริกา ซึ่งระหว่างการพบผู้จัดซื้อที่อเมริกานั่นเอง อันโดะสังเกตเห็นวิธีกิน Chicken Ramen ของคนอเมริกา

เขาสังเกตว่าคนอเมริกาหักแบ่งเส้น Chicken Ramen เป็นก้อนเล็กๆ ใส่ลงในถ้วยกระดาษ เติมน้ำร้อน แล้วใช้ส้อมกิน เมื่อเสร็จแล้วจึงทิ้งถ้วยกระดาษนั้นไป จากการสังเกตพฤติกรรมการกินง่ายๆ นี้เองที่ทำให้อันโดะได้ไอเดียใหม่ นั่นคือ “บะหมี่ถ้วยที่ใช้ส้อมกินได้”

กว่าจะเป็นบะหมี่ถ้วยแรก Cup Noodles

ando momofuku
อันโดะ โมโมฟุคุ และ Cup Noodles (เครดิตภาพ: NISSIN)

โจทย์ของบะหมี่ถ้วยที่อันโดะคิดไว้คือถ้วยบรรจุต้องมีรูปร่างและขนาดพอดีสำหรับใช้มือเดียวถือได้สะดวก และหลังจากทดลองตัวต้นแบบมา 40 แบบ ทุกอย่างก็มาลงตัวที่ถ้วยที่มีรูปร่างเหมือนแก้วกระดาษขนาดใหญ่ สำหรับวัสดุที่ใช้ผลิตนั้นเป็นโฟมโพลิสไตรีนที่น้ำหนักเบา เป็นฉนวนกันความร้อนได้ และประหยัดต้นทุน

อย่างไรก็ตาม โฟมโพลิสไตรีน ณ ตอนนั้นเป็นวัสดุที่ยังหาได้ยากในญี่ปุ่น นอกจากนี้ การทำให้วัสดุเป็นแผ่นบางและหลอมเข้ารูปให้เป็นถ้วยขนาดเหมาะมือนั้นยังทำได้ยากด้วยเทคโนโลยีในญี่ปุ่น ณ ขณะนั้น อันโดะจึงตัดสินใจนำเข้าเทคโนโลยีจากอเมริกาและเปิดโรงงานผลิตถ้วยด้วยตัวเอง ถึงจะใช้เวลาเพื่อผลิตให้ได้ถ้วยภาชนะที่มีคุณภาพและไม่มีกลิ่น แต่สุดท้ายอันโดะก็ได้ถ้วยที่ผ่านมาตรฐาน Food and Drug Administration (FDA) ของอเมริกาได้ในที่สุด

การผลิต Cup Noodles (เครดิตภาพ: NISSIN)

อย่างไรก็ตาม โจทย์ต่อมาคือการบรรจุก้อนบะหมี่ แม้จะทำได้ง่ายเพียงปรับขนาดก้อนบะหมี่ให้เล็กกว่าถ้วย แต่ปัญหาที่ตามมาที่คือระหว่างขนส่งบะหมี่ถ้วย ก้อนบะหมี่ข้างในจะกลิ้งไปมาและแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อยได้ อันโดะแก้ปัญหานี้โดยการทำก้อนบะหมี่ให้ใหญ่กว่าก้นถ้วยเล็กน้อย เพื่อให้ตอนบรรจุก้อนบะหมี่จะติดอยู่กลางถ้วย ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า “Middle Retention (中間保持法)” ถึงอย่างนั้น ความยากของวิธีนี้คือในขั้นตอนการบรรจุ ก้อนบะหมี่มักจะเอียงไม่ก็พลิกคว่ำ แต่อันโดะแก้ปัญหาได้อีกครั้งด้วยการคว่ำก้อนบะหมี่แล้วเอาถ้วยครอบแทนที่จะบรรจุด้วยการหย่อนก้อนบะหมี่ลงถ้วย ทำให้นิสชินผลิตบะหมี่ถ้วยในระดับอุตสาหกรรมได้ในที่สุด

เปิดตัว Cup Noodles บะหมี่ถ้วยแรกของโลก!

nissin event ginza
ภาพบรรยากาศกิจกรรมชิม Cup Noodles ที่กินซ่า (เครดิตภาพ: NISSIN)

Cup Noodles บะหมี่ถ้วยตัวแรกของโลกจากนิสชินถูกเปิดตัวในวันที่ 18 กันยายน 1971 ในราคา 100 เยน (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบซอง 25 เยน) ทำให้ทุกวันที่ 18 กันยายนของปีเป็นวันครบรอบกำเนิด Cup Noodles (カップヌードル誕生日) ถึงแม้ว่าผู้คนในตอนนั้นจะยังติดภาพลักษณ์ว่าการยืนกินเป็นการเสียมารยาท แต่กิจกรรมทดลองชิมที่นิสชินจัดขึ้นที่ย่านกินซ่าซึ่งเป็นย่านกลุ่มวัยรุ่นนั้นได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี

แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญของ Cup Noodles คือเหตุการณ์ Asama-Sanso เดือนกุมภาพันธ์ 1972 ที่กลุ่ม United Red Army (連合赤軍: URA) กองกำลังทหารฝ่ายซ้าย (คอมมิวนิสต์) ได้จับภรรยาเจ้าของที่พักแห่งหนึ่งบนภูเขาอาซามะเป็นตัวประกันไว้ โดยเป็นภารกิจช่วยตัวประกันที่กินเวลา 9 วันและมีการถ่ายทอดสดขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าล้อมเพื่อช่วยตัวประกัน ซึ่งหนึ่งในเสบียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ในภารกิจคือ Cup Noodles ของนิสชินนั่นเอง ทำให้ระหว่างถ่ายทอดสดจึงมีภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจทาน Cup Noodles ของนิสชินถูกถ่ายทอดไปยังโทรทัศน์ทุกเครื่องทั่วประเทศญี่ปุ่น และต่อยอดไปยังยอดขายของ Cup Noodles ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

จากญี่ปุ่นสู่ส่วนหนึ่งในครัวตลาดโลก

Cup Noodles ถูกนำเข้าตลาดสหรัฐอเมริกาในปี 1973 และมีการตั้งฐานการผลิตในประเทศอื่นๆ เช่นบราซิล สิงคโปร์ ฮ่องกง อินเดีย เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี ประเทศไทย และอื่นๆ โดยนิสชินไม่ได้ขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสที่ผลิตในญี่ปุ่นแต่อย่างใด ในทางกลับกัน นิสชินจะพัฒนาซุป เครื่องปรุง และอื่นๆ ให้เข้ากับความชอบของคนในแต่ละประเทศ Cup Noodles จึงเป็นอาหารจากญี่ปุ่นที่สามารถเข้าถึงคนทั่วโลกได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยนั้นมี “ซันวา” บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีต้นแบบมาจากนิสชินเข้ามาตีตลาดก่อนในช่วงปี 1971 ตามด้วยแบรนด์อื่นที่คนไทยเราคุ้นเคยกันอย่างยำยำ ไวไว มาม่า ควิก และอื่นๆ ทำให้แบรนด์นิสชินที่ตามมาในภายหลังดูเป็นผู้มาใหม่ไปโดยปริยาย

นิสชินที่ไปไกลถึงอวกาศ แรงโน้มถ่วงของโลกก็ฉุดไม่อยู่!

noguchi soichi space ram
โนกุจิ โซอิจิ และ Space Ram (เครดิตภาพ: NISSIN)

แม้อายุจะล่วงเข้า 91 ปีแล้ว แต่อันโดะยังไม่หยุดพัฒนาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยเขาประกาศว่านิสชินจะผลิตอาหารสำหรับทานในอวกาศ และตั้งทีมขึ้นมาโดยมีตัวเขาเป็นผู้นำการคิดค้น Space Ram บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ทานได้ในอวกาศ

 

Space Ram เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่แบ่งเส้นเป็นก้อนขนาดพอดีคำ พร้อมน้ำซุปที่เข้มข้นพิเศษเพื่อให้ไม่ลอยขึ้นในภาวะไร้แรงโน้มถ่วง นับเป็นอาหารที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในอวกาศได้อย่างดีเลิศของยุค โดย Space Ram ถูกส่งขึ้นอวกาศครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2005 โดยที่วิศวกรและนักบินอวกาศชาวญี่ปุ่น โนกุจิ โซอิจิ (野口 聡一) เป็นมนุษย์คนแรกที่ได้ทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในอวกาศ

“ไม่มีอะไรสายเกินไปในชีวิต”

คือคำพูดของอันโดะผู้ทำความฝันในการคิดค้นอาหารใหม่และส่งสิ่งประดิษฐ์ของตัวเองไปทั่วโลกและไปยังอวกาศได้สำเร็จ แม้อันโดะจะจากไปในปี 2007 ด้วยวัย 97 ปี แต่ทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบซองและแบบถ้วยที่เขาพัฒนาขึ้นก็ยังคงเป็นอาหารที่อยู่ในตู้กับข้าวคนทั่วโลกจนถึงวันนี้

ando momofuku quote

ไม่ว่าตอนนี้เพื่อนๆ จะกำลังอร่อยกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบไหนแบรนด์ใดก็ตาม ทุกความสะดวก ความอิ่มท้อง และความอร่อยที่เราได้จากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยโปรดของเราล้วนมีต้นกำเนิดจากประกายไอเดียเล็กๆ และความช่างสังเกตุจากสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวัน รวมกับความคิดสร้างสรรค์ และความพยายามในการแก้โจทย์อย่างไม่ลดละของอันโดะ โมโมฟุคุ ผู้ให้กำเนิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมอาหารของคนทั้งโลก          สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

รู้จัก NISSIN เพิ่มเติมได้ที่
NISSIN Official Website: nissin.com
NISSIN Foods Thailand: nissinthailand.com/th/
NISSIN Foods Thailand (Fanpage): Nissin Foods Thailand

”อาหารฟุจะ” (普茶料理) อาหารเจรักษ์โลกสไตล์ญี่ปุ่น

”อาหารฟุจะ” (普茶料理) อาหารเจรักษ์โลกสไตล์ญี่ปุ่น

วันนี้ขอนำเสนอเรื่องราวของ “อาหารเจ” แบบญี่ปุ่น คือ “อาหารฟุจะ” ซึ่งอาจเรียกได้ว่า ธรรมเนียมการปรุงและการรับประทานอาหารเป็นอย่างจีน แต่ตัวอาหารเป็นอย่างญี่ปุ่น จะเป็นอย่างไรขอเชิญอ่านได้เลยครับ 

“อาหารฟุจะ” นั้นอาจกล่าวว่าเป็น “อาหารโชจิน” (精進料理) ก็คือเป็น “อาหารเจ” อย่างหนึ่งได้ ในแง่ที่ไม่มีวัตถุดิบที่เป็นเนื้อสัตว์  ซึ่ง “อาหารฟุจะ” นั้นเป็นรูปแบบของอาหารเจอย่างจีนที่นำเข้ามาโดยพระอาจารย์อินเก็น (隠元禅師) ในช่วงต้นยุคเอโดะ

คำว่า “ฟุจะ” (普茶) มาจากวลีที่ว่า「普く(あまねく)大衆に茶を供する」(อะมะเนคุไทชู นิ ฉา โวะ เคียวสุรุ) แปลว่า “ยกน้ำชาให้ปุถุชนคนหมู่มาก” วลีนี้มาจากการที่ว่า มันเป็นอาหารที่ทางวัดจัดหามาเลี้ยงญาติโยมเพื่อเป็นการขอบคุณหลังจบพิธีชงชาในวัดเซนของนิกายโอบาคุ (黄檗宗) เพราะการจะจัดพิธีชงชาให้สำเร็จลุล่วงได้นั้นจะต้องอาศัยแรงของญาติโยมทั้งหลายนั่นเอง แต่เดิมคือการเอาผักที่เอามาถวายพระพุทธรูป ยกลงมาเอามาปรุงอาหาร ถือว่า (เทพ) เจ้ากับคนก็กินด้วยกัน (ทำนองเดียวกับคนไทยเวลาไหว้ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าที่ พอถวายแล้ว ธูปหมดดอก ก็ขอ “ลา” เอาอาหารที่เซ่นไหว้มากิน ทำนองว่า “ขอเป็นลูกศิษย์”) ฉะนั้นอาหารฟุจะถึงจะเป็นอาหารเจเช่นเดียวกับอาหารโชจิน แต่อาหารโชจินนั้นคืออาหารสำหรับพระสงฆ์ท่านขบฉันเพื่อบำเพ็ญเพียร ส่วนอาหารฟุจะคืออาหารชาวบ้านญาติโยมกินกันพอให้มีความสุขสำราญ

ธรรมเนียมการรับประทานอาหารฟุจะ

ธรรมเนียมของการนั่งรับประทานอาหารฟุจะคือ “กินดื่มเสมอภาคกัน” (飲食平等) ไม่ถือยศศักดิ์ว่าใครสูงกว่าใครต่ำกว่า กล่าวคือให้คนสี่คนนั่งรอบโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้า แบ่งอาหารจากจานใหญ่มากิน (ธรรมเนียมการนั่งโต๊ะเดียวกันแล้วแบ่งอาหารจากจานใหญ่มากินคือแบบอย่างการกินอย่างคนจีน ก็เหมือนที่คนไทยเราเรียกว่า “โต๊ะจีน” นั่นแล ซึ่งคนละอย่างกับธรรมเนียมญี่ปุ่นที่จัดมาหนึ่งคนหนึ่งสำรับ) และอาหารต้องกินให้หมด อย่ากินเหลือทิ้งขว้าง นอกจากนี้ ในพุทธศาสนานิกายเซนยังมีการต้องท่องบ่นข้อวินัยก่อนอาหาร ที่เรียกว่า “โกะคัน โนะ เกะ” (五観の偈) เพื่อขอบคุณที่ได้อาหารมาเลี้ยงชีวิต และใคร่ครวญถึงสิ่งดีหรือไม่ดีของตนเอง ดังนี้      สล็อตเว็บตรง

ภาพการนั่งรับประทานอาหารฟุจะ ปรากฏในหนังสือ “ฟุจะเรียวริโช” (普茶料理抄) ในปี พ.ศ. 2315 (ภาพจาก ja.wikipedia.org)

หนึ่ง คิดถึงคุณความดี คิดถึงที่มาอาหาร

ข้าฯ คิดอยู่ว่าอาหารมื้อนี้มีมาได้อย่างไร ข้าฯ ขอขอบคุณผู้คนทั้งหลายที่ได้ประกอบกิจการงาน จนได้มีอาหารมื้อนี้

สอง คุณธรรมความประพฤติของตนนั้นเต็มหรือพร่อง

ข้าฯ สำนึกว่า มีคุณธรรมความประพฤติของตนนั้น สมควรจะได้รับประทานอาหารมื้อนี้หรือไม่

สาม ระวังป้องกันใจ ให้ห่างไกลจากความโลภหลง

เพื่อรักษาใจให้เที่ยง หลีกเลี่ยงการทำผิด ข้าฯ ขอสาบาน ว่าจะไม่ตกอยู่ในความโลภ โกรธ หลง

สี่ การกินอาหารเป็นยาดี มีไว้รักษากาย

อาหารเป็นยาที่ดี อาหารมีไว้บริโภคเพื่อบำรุงร่างกายและมีสุขภาพที่ดี

ห้า ณ บัดนี้ ข้าฯ กินอาหาร เพื่อเป็นหนทางสำเร็จมรรคผล

ข้าฯ กินอาหารมื้อนี้ เพื่อเป็นหนทางให้สำเร็จมรรคผล

ลักษณะเด่นของอาหารฟุจะ

อาหารฟุจะนั้นใช้น้ำมันพืชมากๆ เพื่อปรุงรสให้เข้มข้น (ทำนองเดียวกับอาหารเจบ้านเรา) ไม่มีปลาหรือเนื้อสัตว์ (คือเป็นอาหารที่ทำจากผัก) ดังนั้นในน้ำสต๊อกจึงไม่ใช้แม้แต้คัตสึโอะบุชิหรือนิโบะชิ แต่ใช้สาหร่ายทะเลและเห็ดหอมปรุงรสน้ำสต๊อก อาหารที่กระตุ้นกามารมณ์อย่างกระเทียมหรือกุยช่ายก็ไม่เอามาใช้ทำอาหาร (อันนี้ก็ตรงกับความเชื่อเรื่อง “ผักต้องห้ามห้าอย่าง” ในอาหารเจบ้านเราเช่นกัน)

รายการอาหาร

ในธรรมเนียมอาหารฟุจะ รายการอาหารจะเรียกว่า “ไช่ตาน” (菜単) ซึ่งเป็นคำจีนที่ใช้มาแต่สมัยราชวงศ์หมิง การยกอาหารมาเสิร์ฟต่อมื้อจะเป็นอาหารน้ำแกงสองอย่าง อาหารเป็นจานหกอย่าง อาหารเด่นๆ ในรายการอาหารฟุจะมีอย่างเช่น “อาหารโมโดกิ” (もどき料理) คืออาหารเลียนแบบเนื้อหรือปลา (ชวนให้นึกถึงพวกลูกชิ้นเจ ปลาเจ ของบ้านเรา) หรือ “อุนเป็ง” ที่เป็นการเอาผักที่เหลือๆ จากการทำอาหารจานอื่น มาทำเป็นอาหารจานใหม่

ตัวอย่างของ “อาหารโมโดกิ” คืออาหารทำเทียมเลียนแบบเนื้อสัตว์ที่ปรากฏทั่วไปในปัจจุบันก็คือ กันโมโดกิ (がんもどき) หรือห่านเทียม ที่ทุกวันนี้คนญี่ปุ่นเอามาต้มใส่โอเด้ง

ในที่นี้จะขอยกชื่อชนิดอาหารมาบรรยายดังนี้:

ชุนคัน (筝羹) รวมมิตรผักกับของแห้งต้ม

ยางอิว (揚油) ของทอดน้ำมัน (อะเงะโมโนะ 揚げ物)

มาฝู่ (麻腐) เต้าหู้งา (โกะมะโทฟุ)

เต้าหู้งา 胡麻豆腐

อุนเป็ง (雲片) เอาผักมาสับละเอียด ราดน้ำละลายแป้งท้าวยายม่อม ดูเหมือนเมฆห้าสี

โมโดกิ (もどき) อาหารทำเทียมเลียนหน้าตาปลาหรือเนื้อ เช่นทำเป็น “ปลาไหลย่างเจ” เป็นต้น (ถ้าของไทยก็มีนะครับจำพวก ปลาเค็มเจ ไก่ทอดเจ)

 

ยูจิ (油糍) เทมปุระผัก ปรุงรสวัตถุดิบหรือแป้งชุบทอด

ชินไช่ (浸菜) ของแช่น้ำสต๊อก

ซันไช่ (酸菜) ของดองน้ำส้ม

สุเมะ (澄子) น้ำซุปใส บ้างก็เรียก ชิงทัง (清湯)

ฮันจือ (飯子) ข้าวสวย

เองไซ ( 醃菜) ของดอง

กวอไซ (果菜) ผลไม้และของหวาน

ทุกวันนี้หารับประทานอาหารฟุจะได้ที่ไหน?

ทุกวันนี้ยังมีร้านหรือวัดที่ขายอาหารฟุจะอยู่ในนครเกียวโต นครหลวงโตเกียว จังหวัดคานากาวะ และจังหวัดคุมาโมโต้

เป็นอย่างไรบ้างครับ ดูแล้วน่ากินใช่ไหมครับ นอกจากจะไม่เบียดเบียนสัตว์แล้วยังดูน่าอร่อยและรักษ์โลกด้วย การพยายามไม่เหลือวัตถุดิบอาหารทิ้งนี่เข้ากับแนวคิด “ขยะเหลือศูนย์” (zero waste) มากๆ เลยนะครับ ถ้าแนวคิดแบบนี้ อาหารแบบนี้ กลายมาเป็นกระแสการบริโภคหลักได้ โลกนี้คงดีขึ้นอีกเยอะๆ เลยนะครับ ขอให้เจริญอาหารนะครับ

ของเค้าดีจริง!! ไข่ไก่คุณภาพเยี่ยมจากโอกินาวะมียอดส่งออกไปสิงคโปร์เพิ่มขึ้นถึง 12 เท่า

ของเค้าดีจริง!! ไข่ไก่คุณภาพเยี่ยมจากโอกินาวะมียอดส่งออกไปสิงคโปร์เพิ่มขึ้นถึง 12 เท่า

ไข่ไก่ของประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความสด สะอาดปลอดภัย รสชาติดี โดยสามารถรับประทานดิบๆ ได้แบบสบายๆ เลยทีเดียว ในปีที่ผ่านมา ยอดส่งออกไข่ไก่จากญี่ปุ่นไปต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัว มีมูลค่าส่งออกรวมกว่า 5,000 ล้านเยน (ประมาณ 1,500 ล้านบาท)

ไข่ไก่จากโอกินาวะส่งตรงถึงสิงคโปร์

ไข่ไก่ที่ผลิตจากฟาร์มที่โอกินาวะ

ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์เป็นตลาดใหญ่ของการส่งออกไข่ไก่ของจังหวัดโอกินาวะ ว่ากันว่ากว่า 50% ของไข่ไก่ที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เป็นไข่ที่ผลิตและส่งออกมาจากโอกินาวะเลยทีเดียว

ในปี 2020 สิงคโปร์นำเข้าไข่ไก่จากโอกินาวะกว่า 128 ตัน เพิ่มขึ้น 12 เท่าจากปี 2019 ซึ่งมียอดนำเข้าเพียง 11 ตัน

สาเหตุของการความต้องการไข่ไก่โอกินาวะที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มบริษัท EN Holdings ผู้บริหารร้านอาหารญี่ปุ่นหลายร้านทั่วสิงคโปร์ได้เร่งขยายจำนวนร้านเพื่อตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในร้านอาหารเหล่านี้ส่วนใหญ่ใช้ไข่ไก่นำเข้าจากจังหวัดโอกินาวะทั้งสิ้น

หนึ่งในร้านอาหารที่เป็นที่นิยมนั้นคือ Tamago-EN (たまご園) ซึ่งนำเสนอหลากหลายเมนูคาวหวานที่ทำจากไข่ไก่นำเข้าจากโอกินาวะ โดยร้านนี้เริ่มเปิดให้บริการสาขาแรกในเดือนมิถุนายน 2019 และได้รับเสียงตอบรับดีมาก จนปัจจุบันมีการขยายไปเป็น 9 สาขาภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี

 

แม้จะเป็นไข่ไก่ ก็สร้างแบรนด์ได้

 

รสชาติ ความเข้มข้น และสดใหม่ของไข่ไก่โอกินาวะ เป็นจุดขายเด่นที่ทำให้ลูกค้าสามารถรับรู้ได้ถึงความแตกต่าง ทำให้นอกเหนือจากลูกค้าที่มารับประทานอาหารที่ร้านแล้ว ยังมีลูกค้าจำนวนมากที่มาซื้อไข่ไก่สดๆ ที่วางขายเป็นแพ็คที่ร้าน Tamago-EN อีกด้วย

 

ในตอนนี้ Tamago-EN น่าจะเป็นร้านอาหารเพียงร้านเดียวในสิงคโปร์ที่เน้นโฆษณาเรื่องคุณภาพของไข่ที่ใช้เป็นวัตถุดิบ ซึ่งถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จเลยทีเดียว แม้ว่าไข่ไก่โอกินาวะที่วางขายที่ร้านจะมีราคาค่อนข้างสูงถ้าเทียบกับท้องตลาดทั่วไป แต่ยอดขายก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จะเห็นได้ว่าการสร้างแบรนด์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าไม่ได้ทำได้เฉพาะสินค้า Luxury หรือ High end เท่านั้น สินค้าเกี่ยวกับอาหารและการเกษตรก็สามารถสร้างแบรนด์เพิ่มมูลค่าได้เช่นกัน อย่างที่เจ้าของฟาร์มไข่ไก่ในโอกินาวะได้พิสูจน์มาแล้ว      สล็อตเว็บตรง

“Yakiniku LIKE” ร้านเนื้อย่างสำหรับลูกค้าฉายเดี่ยว ที่กำลังมาแรงในญี่ปุ่น

“Yakiniku LIKE” ร้านเนื้อย่างสำหรับลูกค้าฉายเดี่ยว ที่กำลังมาแรงในญี่ปุ่น

หากเป็นเมื่อก่อน การไปร้านสุกี้-ชาบู ร้านเนื้อย่าง หรือไปร้องคาราโอเกะคนเดียวถือเป็นเรื่องค่อนข้างน่าอายของคนญี่ปุ่น แต่เมื่อช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมานี้ เทรนด์ของการไปใช้บริการร้านอาหารหรือคาราโอเกะคนเดียวเริ่มมีมากขึ้น ยิ่งเป็นช่วงที่ทั่วโลกเผชิญกับโควิด-19 ยิ่งทำให้กระแสของการไปใช้บริการร้านอาหารคนเดียวได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก

เมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา มีการสำรวจโดยสถาบัน Yano Research (矢野経済研究所) ว่าร้านอาหารทั่วญี่ปุ่นมีรายได้จากลูกค้าที่เข้าร้านมาคนเดียวเกือบ 8 ล้านล้านเยน (ประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท)

โดยจากการสำรวจนี้ยังพบว่า ในบรรดาร้านอาหารแนวสุกี้-ชาบูและร้านเนื้อย่างที่ได้รับความนิยมในหมู่ลูกค้าฉายเดี่ยวมากที่สุดคือร้าน Yakiniku LIKE (焼肉ライク) และยังเป็นร้านที่ถูกกล่าวถึงในโลกโซเชียลและมีการค้นหาคำนี้ในอินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมากอีกด้วย

 

ขณะที่มีร้านอาหารจำนวนมากต้องปิดตัวไปเพราะผลกระทบจากโควิด-19 อะไรเป็นสาเหตุให้ร้าน Yakiniku LIKE ยังได้รับความนิยมและขายดิบขายดี ครั้งนี้ผู้เขียนจะมาเล่าให้ฟังค่ะ

ที่มาของ Yakiniku LIKE

 

หลายคนอาจคิดว่าไอเดียของร้านนี้เกิดขึ้นมาเพราะโควิด-19 แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ Yakiniku LIKE เริ่มเปิดบริการสาขาแรกในเดือนสิงหาคม 2018

คุณอาริมุระ โมริฮิสะ (有村壮央) ประธานบริษัท Yakiniku LIKE เล่าว่า เขาเริ่มเห็นกระแสความนิยมของการไปรับประทานอาหารตามร้านคนเดียว เขาจึงอยากทำร้านอาหารที่แม้ว่าจะไปคนเดียวก็สามารถใช้เวลาในการรับประทานอาหารอย่างมีความสุขและผ่อนคลายได้ นอกจากนี้ ร้านอาหารในลักษณะนี้ ยังตอบโจทย์คนที่อยากกินเนื้อย่างแต่มีเวลาไม่มาก รวมทั้งราคาอาหารก็สบายกระเป๋าอีกด้วย

 

 

สร้างยอดขายจากแนวคิดที่แตกต่าง

หากเป็นเมื่อก่อน การไปร้านเนื้อย่างส่วนใหญ่จะนิยมไปเป็นหมู่คณะ เช่น การไปเลี้ยงสังสรรค์กันในครอบครัวหรือไปกับเพื่อนร่วมงาน ทำให้การหมุนเวียนลูกค้าในแต่ละโต๊ะค่อนข้างใช้เวลานาน อย่างต่ำก็ 1-2 ชั่วโมง

แต่ลูกค้าที่ร้าน Yakiniku LIKE หลายราย ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงในการใช้บริการแต่ละครั้ง ทำให้อัตราการหมุนเวียนของแต่ละโต๊ะเร็วและสามารถรับลูกค้าได้จำนวนมากในแต่ละวัน

นอกจากนี้ สิ่งที่สร้างความแตกต่างจากร้านเนื้อย่างทั่วไปคือ ร้านนี้มี “ชุดอาหารยากินิกุสำหรับมื้อเช้า” ด้วย คุณอาริมุระเล่าว่า ทีแรกก็ไม่มั่นใจว่าไอเดียนี้จะได้รับการตอบรับอย่างไร แต่กลายเป็นว่าชุดอาหารเช้านี้ได้รับความนิยมอย่างมากทีเดียว

 

การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ต่างจากคู่แข่ง

เมื่อไม่นานมานี้ Yakiniku LIKE เพิ่งเปิดสาขาใหม่ในย่านเอบิสึ (恵比寿) กรุงโตเกียว หากใครเคยแวะไปในย่านนี้น่าจะพอเห็นว่าเอบิสึเป็นแหล่งร้านอาหารสำหรับเลี้ยงฉลอง และมีร้านเนื้อย่างมากมายนับไม่ถ้วน

แต่ Yakiniku LIKE ยังมีลูกค้าแวะเวียนมาใช้บริการต่อเนื่อง เพราะแนวคิดของร้านที่จับกลุ่มเป้าหมายซึ่งแตกต่างจากร้านเนื้อย่างร้านอื่นๆ

 

คุณอาริมุระเล่าว่า Yakiniku LIKE เทียบได้กับร้านอาหารจานด่วนอย่างร้านราเมงหรือร้านข้าวหน้าเนื้อที่คนมักใช้เวลากับมื้ออาหารไม่นาน ตำแหน่งที่ตั้งของสาขานี้อยู่บริเวณใกล้กับสถานีรถไฟ อีกทั้งย่านเอบิสึก็เป็นย่านที่มีผู้คนพลุกพล่าน ทำให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน

นอกจากนี้ ระบบการสั่งอาหารในร้านก็ได้แรงบันดาลใจมาจากร้านซูชิสายพาน คือลูกค้าสามารถสั่งอาหารได้จากหน้าจอที่มีประจำในแต่ละโต๊ะ อีกทั้งสามารถชำระค่าอาหารได้ด้วยตัวเองที่เครื่องแคชเชียร์อีกด้วย

 

การใช้ระบบอัตโนมัตินี้ ช่วยให้ร้านสามารถลดต้นทุนค่าพนักงานและนำไปเพิ่มคุณภาพของวัตถุดิบ จึงทำให้สามารถขายอาหารให้ลูกค้าได้ในราคาที่คุ้มกับคุณภาพ

ชุดอาหารเนื้อและลิ้นวัวที่เป็นที่นิยม

Yakiniku LIKE ใช้เวลาเพียง 3 ปีในการขยายกิจการ และเพิ่มสาขามากถึง 69 สาขาทั่วญี่ปุ่น (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2021) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้าแฟรนไชส์ ทำให้สามารถขยายสาขาได้รวดเร็ว

นอกจากนี้ ทางร้านยังมีแผนจะขยายสาขาออกไปในพื้นที่ชานเมือง รวมถึงร้านเล็กๆ ในสถานีรถไฟ และร้านขายข้าวกล่องยากินิกุเบนโตะสำหรับ take away เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นอีกด้วย

 

เรียกได้ว่าคอนเซปต์ของร้านค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว นอกจากจะสามารถไปกินเนื้อย่างคนเดียวได้แบบไม่เคอะเขิน ยังได้อาหารคุณภาพดีคุ้มค่ากับราคาด้วย ใครที่เป็นสายเนื้อและมีโอกาสไปเจอร้านนี้ที่ญี่ปุ่น จะลองไปใช้บริการดูก็ได้นะคะ

โอบังยากิ? อิมากาวะยากิ? แต่ละท้องที่เรียกขนมชนิดนี้ว่าอะไร?!

โอบังยากิ? อิมากาวะยากิ? แต่ละท้องที่เรียกขนมชนิดนี้ว่าอะไร?!

ขนมญี่ปุ่นแนวสตรีทฟู้ด ทำจากแป้ง อบบนเตาแบบพลิกไปมา สอดไส้ถั่วแดงข้างใน โดยทั่วไปจะเรียกว่า 大判焼き (โอบังยากิ) หรือ 今川焼 (อิมากาวะยากิ) แต่นอกจาก 2 ชื่อนี้แล้ว แต่ละภูมิภาคแต่ละท้องถิ่นก็มีชื่อเรียกที่ต่างกันอีกมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ! วันนี้เราได้รวบรวมการเรียกชื่อขนมชนิดนี้จากทุกจังหวัดในญี่ปุ่นมาให้ดูกันค่ะ ว่าแต่ละจังหวัดมีชื่อเรียกแบบไหนกันบ้าง

ชื่อเรียกขนนโอบังยากิในภูมิภาคฮอกไกโดและโทโฮคุ
ชื่อเรียกขนนโอบังยากิในภูมิภาคคันโต
ชื่อเรียกขนนโอบังยากิในภูมิภาคจูบุ
ชื่อเรียกขนนโอบังยากิในภูมิภาคคันไซ
ชื่อเรียกขนนโอบังยากิในภูมิภาคจูโกคุและชิโกคุ
ชื่อเรียกขนนโอบังยากิในภูมิภาคคิวชู

เมื่อดูจากโดยรวมแล้วส่วนใหญ่จะใช้ 3 ชื่อเป็นหลักคือ 大判焼き (โอบังยากิ) 今川焼 (อิมากาวะยากิ) และ 回転焼き (ไคเตนยากิ) แต่นอกเหนือจากนี้แล้ว จะเห็นได้ว่ายังมีชื่อพิเศษหรือชื่อแปลก ๆ ที่ใช้กันเฉพาะในจังหวัดนั้นด้วย อย่างเช่นชื่อโอยากิที่นิยมเรียกกันในทางตอนเหนือ สำหรับคนในภูมิภาคอื่น หากพูดถึงขนมโอยากิ หลายคนอาจจะนึกถึงอาหารท้องถิ่นของนางาโนะ แต่ในฮอกไกโดและภูมิภาคโทโฮคุตอนเหนือ จะหมายถึงขนมโอบังยากินั่นเอง

ขนมโอยากิ อาหารท้องถิ่นของจังหวัดนางาโนะ

ในโอซาก้าส่วนมากจะเรียกกันว่าไคเตนยากิ แต่ชื่อโกะสะโซโรก็เป็นที่นิยมเช่นกัน และยังเป็นชื่อที่ใช้กันมากที่สุดในจังหวัดเฮีย โกะอีกด้วย และไม่แปลกที่ชื่อจะดูไม่เหมือนขนม เพราะที่มาของชื่อนี้มาจากชื่อบริษัทขายขนมไคเตนยากิ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองฮิเมจิ ในจังหวัดเฮียวโกะจึงเรียกชื่อบริษัทเป็นชื่อขนมไปโดยปริยาย คล้ายกับที่บ้านเราเรียกผงซักฟอกว่าแฟ้บนั่นเอง นอกจากโกะสะโซโรแล้ว จะเห็นว่าในจังหวัดอื่น ๆ ก็มีการนำชื่อร้านมาเรียกเป็นชื่อขนมชนิดนี้อยู่เยอะพอสมควรเลยทีเดียว

ขนมโอบังยากิ ร้านโกสะโซโรในโกเบ

ในฮิโรชิม่า ชื่อที่ใช้เรียกมากที่สุดคือนิจูยากิ จังหวัดใกล้เคียงอย่างยามากุจิและชิมาเนะก็มีชื่อนี้ด้วยเหมือนกัน ถ้าได้ยินคนญี่ปุ่นเรียกขนมนี้ว่านิจูยากิ ก็เดาได้ว่าน่าจะเป็นคนฮิโรชิม่า ส่วนในคิวชู ชื่อที่ใช้กันเป็นหลักก็คือไคเตนยากิเหมือนโอซาก้า แต่ชื่ออื่น ๆ อย่างโอบังยากิหรืออิมากาวะยากิกลับไม่ค่อยใช้กันทั้งที่เป็นชื่อหลักของทั่วประเทศ ถ้าเจอคนญี่ปุ่นที่ไม่คุ้นเคยกับ 2 ชื่อนี้ คิดได้เลยว่าอาจจะเป็นคนคิวชูก็เป็นได้                        UFABET เว็บตรง

 

โดยสรุปแล้ว โอบังยากิเป็นชื่อหลักที่ใช้กันมากที่สุดและแพร่หลายทั่วประเทศ ส่วนในภูมิภาคคันโตจะนิยมเรียกว่าอิมากาวายากิ ในภูมิภาคคันไซกับคิวชูจะนิยมเรียกว่าไคเตนยากิ ในขณะที่ทางตอนเหนือจะเรียกโอยากิเสียมากกว่า ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าขนมชนิดนี้จะมีชื่อเรียกที่หลากหลายมาก สำหรับคนไทยแล้วน่าจะคุ้นเคยกับชื่อโอบังยากิกันมากกว่า ว่าแล้วก็ต้องไปหาทานสักหน่อยแล้วล่ะ ^^

เคล็ดไม่ลับ! หน้าร้อนนี้ควรดื่มอะไรเป็นอย่างแรกหลังตื่นนอน

เคล็ดไม่ลับ! หน้าร้อนนี้ควรดื่มอะไรเป็นอย่างแรกหลังตื่นนอน

หลังจากตื่นนอนหลายคนทำอะไรเป็นอย่างแรกคะ? หลายคนคงเคยเห็นเคล็ดลับผิวสวยและทำให้รู้สึกสดชื่นหลังจากตื่นนอนด้วยการดื่มน้ำสะอาด 1 แก้วใช่ไหมคะ แล้วมันดีจริงไหมนะ หรือมีเคล็ดลับอะไรที่เราควรรู้อีก มาลองทายกันดูค่ะว่าน้ำประเภทไหนที่เราควรดื่มในตอนเช้าหลังตื่นนอน

A น้ำ (น้ำเย็น)

B น้ำร้อน

C น้ำมะนาว

D น้ำโซดาเย็น

อันที่จริงแล้วทุกตัวเลือกคือ ตัวเลือกที่ดี ที่ทุกคนสามารถดื่มให้ตรงกับสภาพร่างกายและอารมณ์ของตัวเองได้เลยนะคะ แต่เรามาดูประโยชน์ของน้ำแต่ละชนิดกันดีกว่า

A น้ำ (น้ำเย็น)

หลังตื่นควรดื่มน้ำแบบไหน

จัดว่าเป็นตัวเลือกที่ดีมาก เพราะระหว่างที่เรากำลังนอนหลับ กระเพาะอาหารและลำไส้ของเรากำลังพักผ่อน เมื่อเราตื่นนอนกระเพาะอาหารและลำไส้ของเรายังไม่เริ่มทำงานในทันที การดื่มน้ำเมื่อตื่นนอนจะช่วยกระตุ้นกระเพาะอาหารและลำไส้ เพิ่มความอยากอาหาร และทำให้การย่อยอาหารง่ายขึ้นด้วยค่ะ

B น้ำร้อน

หลังตื่นควรดื่มน้ำแบบไหน

ยังจัดว่าเป็นตัวเลือกที่ดีมากเช่นกัน น้ำร้อนไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารและทำให้รู้สึกตื่นเต็มตา แต่ยังมีผลในการส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต เพิ่มการเผาผลาญ และขับของเสียออกจากร่างกาย อย่างไรก็ตาม ควรระวังไม่ให้น้ำร้อนมากเกินไปจนลวกคอ ควรดื่มแบบอุ่นๆ จะดีต่อร่างกายมากที่สุด

C น้ำเปล่ากับเลม่อน

หลังตื่นควรดื่มน้ำแบบไหน

 

ถือเป็นอีกทางเลือกที่ดี กรดซิตริกในมะนาวมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในปากหลังตื่นนอน กลิ่นมะนาวระงับความหิวและป้องกันการรับประทานที่มากเกินไป นอกจากนี้ คีเลชั่นเอฟเฟกต์ในน้ำจะช่วยเพิ่มอัตราการดูดซึมแคลเซียมและมีผลทำให้กระดูกแข็งแรง หากใครมีนิสัยชอบดื่มน้ำหวานในตอนเช้า ลองเปลี่ยนมาดื่มน้ำกับเลม่อนแทน ช่วยได้ค่ะ

D น้ำโซดาเย็น

หลังตื่นควรดื่มน้ำแบบไหน

ทางเลือกนี้หลายคนอาจจะยังไม่เคยได้ยิน แต่จริงๆ แล้วดีต่อร่างกายไม่แพ้กัน การกระตุ้นจากกรดคาร์บอนิกของโซดา สามารถกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ และการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ในกรณีท้องผูก มีอาการหวัด น้ำโซดาอาจะช่วยอาการเหล่านี้ได้ เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำลง ทำให้เซลล์จะดูดซับน้ำได้น้อยลงและนำไปสู่การขับถ่ายที่ดีขึ้น                สล็อตเว็บตรง

เป็นเรื่องดีที่จะดื่มน้ำตามที่กล่าวไปด้านบนเพื่อกระตุ้นกระเพาะของเราหลังตื่นนอน ด้วยอากาศร้อนๆ อาจทำให้หลายคนรู้สึกเฉื่อยและไม่สดชื่นได้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการอนนหลับในสถานที่ร้อนจัดเพราะยิ่งทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า เครื่องดื่มเย็นๆ จะช่วยลดความร้อนส่วนเกินได้ ยังไงก็ลองเลือกดูค่ะ ว่าน้ำแบบไหนที่ดีและเหมาะกับตัวเรามากที่สุด จะได้ตื่นขึ้นมามีแรงรับวันใหม่ๆ อยู่เสมอค่ะ

10 อันดับภาพที่มียอดไลค์มากที่สุดในเดือนกันยายนจากอินสตาแกรม

10 อันดับภาพที่มียอดไลค์มากที่สุดในเดือนกันยายนจากอินสตาแกรม @retrip_fukuoka_ (ตอนที่ 1)

เป็นแอคเคาท์อินสตาแกรมจากเว็บไซต์ Retrip เว็บไซต์แนะนำที่กินที่เที่ยวของญี่ปุ่น โดย @retrip_fukuoka_จะเป็นแอคเคาท์ที่รวมรูปภาพที่กินที่เที่ยวใหม่ ๆ และน่าสนใจในจังหวัดฟุกุโอกะ ในครั้งนี้ ทางเว็บไซต์ Retrip ก็ได้ทำการจัดอันดับรูปภาพที่มีจำนวนไลค์มากที่สุดประจำเดือนกันยายนในแอคเคาท์นี้ถึง 10 อันดับ จะมีที่ไหนน่าไป จะมีอะไรน่าทานบ้าง ไปดูกัน!

อันดับ 1 Brasileiro

 

อันดับที่ 1 ร้าน Brasileiro อยู่ในย่านเทนยะมาจิ เขตฮากาตะ เมืองฟุกุโอกะ เป็นร้านคาเฟ่ที่มีประวัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนานในจังหวัดฟุกุโอกะ และเมนูในภาพที่ได้รับยอดไลค์มากที่สุดนั้นก็คือ Mince Cutlet ทำออกมาในรูปทรงลูกรักบี้ เป็นเมนูยอดนิยมที่ขายจำนวนจำกัดในหนึ่งวัน แนะนำว่าควรจองล่วงหน้าก่อนไปทาน หากมีโอกาสอย่าลืมไปลิ้มลองความอร่อยของรสชาติร้านดังในตำนานกันนะคะ

อันดับ 2 Hakata Akachokobe

 

อันดับที่ 2 ร้าน Hakata Akachokobe ร้านนี้ตั้งอยู่ในย่านเรเซ็นมาจิ เขตฮากาตะ เมืองฟุกุโอกะ เป็นร้านอุด้งที่ภูมิใจนำเสนอเส้นอุด้งผสมจมูกข้าวของทางร้านเอง เมนูในภาพนี้คือ Zubora Udon เสิร์ฟมาในกาต้มน้ำ ให้ลูกค้าได้รู้สึกแปลกตา ที่ร้านมีเมนูที่น่าสนใจอีกมากมายหลายเมนู เช่น Ganso Keema Curry Udon อุด้งแกงกะหรี่สูตรพิเศษ เพียงแค่ใส่ไข่ฝอยลงไปแล้วตามด้วยน้ำซุปก็สามารถเอร็ดอร่อยได้ทันที

อันดับ 3 REVERSE

 

อันดับที่ 3 ร้าน REVERSE คาเฟ่บรรยากาศสบาย ๆ ในเขตโคคุระคิตะ เมือนคิตะคิวชู เมนูในภาพคือ Rare Cheese Cake เสิร์ฟพร้อมน้ำองุ่นที่เข้ากันได้อย่างดี หรือจะคู่กับกาแฟอย่างเอสเปรซโซก็ไม่เลว เป็นคาเฟ่ลับ ๆ ที่สามารถทานเค้กไป ใช้เวลาไปได้อย่างชิล ๆ

อันดับ 4 Hakata Nikudoraku

อันดับที่ 4 ร้าน Hakata Nikudoraku เป็นร้านสำหรับคนรักเนื้อโดยเฉพาะ ตั้งอยู่ในย่านอิมาอิซุมิ เขตจูโอ เมืองฟุกุโอกะ เมนูอาหารกลางวันที่ฮอตฮิตที่สุดก็คือ ข้าวเนื้อย่างระเบิด ซึ่งใช้เนื้อวัวดำของคิวชู นอกจากชื่อจะมีอิมแพคแล้ว หน้าตาก็มีอิมแพคเช่นกัน วิธีการทานคือ ใช้ช้อนตัดลงไปบนเนื้อที่ห่อข้าวไว้ ใส่เครื่องต่าง ๆ ลงไปแล้วคลุกให้เข้ากัน เสียงของเนื้อย่างที่อยู่ในชามหินร้อน ๆ นั้นก็ชวนให้น้ำลายไหล อดไม่ได้ที่จะต้องถ่ายวิดีโอเก็บไว้

อันดับ 5 area coffee

 

อันดับที่ 5 ร้าน area coffee อยู่ในย่านชิโระงาเนะ เขตจูโอ เมืองฟุกุโอกะ เป็นร้านน่ารัก ๆ ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับกาแฟคุณภาพคับแก้ว เมนูที่อยู่ในภาพนี้คือ นมสตรอว์เบอร์รีแช่แข็ง วิธีการทานคือ จะต้องบดสตรอว์เบอร์รีไปด้วย ดูดพร้อมกับนม ราดด้วยนมข้นหวานเพิ่มลงไป ชื่นใจสุด ๆ สาวกนมสตรอว์เบอร์รีต้องไปลองทานให้ได้นะคะ

โอ้โห แค่ 5 ภาพก็แทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว อยากจะไปทานให้ได้ซะตอนนี้เลยจริง ๆ 5 ภาพแรกยังขนาดนี้ แล้ว 5 ภาพหลังจะขนาดไหน ติดตามต่อได้ในพาร์ท 2 นะคะ ^^    สล็อตเว็บตรง

รายละเอียดพยากรณ์ซากุระประจำปี 2020 รู้แล้วเตรียมแพ็คกระเป๋าได้เลย!!

รายละเอียดพยากรณ์ซากุระประจำปี 2020 รู้แล้วเตรียมแพ็คกระเป๋าได้เลย!!

ขึ้นปีใหม่มาได้ไม่ถึงเดือน แต่ทาง Japan Meteorological Corporation (日本気象株式会社) หรือบริษัทให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศของประเทศญี่ปุ่น ก็ได้ประกาศการพยากรณ์วันที่ดอกซากุระจะบานวันแรกแล้วค่ะ! รวดเร็วทันใจจริง ๆ การประกาศครั้งแรกนี้จะเป็นการคาดการณ์แบบคร่าว ๆ โดยจะคาดการณ์ตามเมืองใหญ่ตั้งแต่ฮอกไกโดลงมาจนถึงคาโกชิม่า

ตามการคาดการณ์ในปีนี้ ดอกซากุระในกรุงโตเกียวกับจังหวัดโคจิจะเริ่มบานในวันแรกวันที่ 19 มีนาคม สำหรับกรุงโตเกียวนั้นถือว่าเร็วกว่าปกติถึง 7 วันเลยทีเดียว

ทางบริษัทได้ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้ประเทศญี่ปุ่นอยู่ในช่วงฤดูหนาวที่ไม่หนาวจัด คือมีอุณหภูมิที่อบอุ่นกว่าฤดูหนาวที่เคยเป็นมา เป็นผลให้ดอกซากุระบานเร็วขึ้น โดยจะเริ่มที่กรุงโตเกียว จังหวัดโคจิ ตามด้วยภูมิภาคคิวชูกับภูมิภาคโตไก

เราลองมาดูรายละเอียดในเมืองหลวงอย่างกรุงโตเกียวกันค่ะ ในปี 2019 ที่ผ่านมา ดอกซากุระเริ่มบานในวันที่ 21 มีนาคมซึ่งก็ถือว่าเร็วกว่าปกติอยู่แล้ว ยิ่งในปีนี้นั้นเริ่มบานในวันที่ 19 ก็ถือว่ายิ่งเร็วขึ้นมาอีก ความจริงแล้วดอกซากุระในกรุงโตเกียวเริ่มบานเร็วขึ้นกว่าปกติมาตั้งแต่ปี 2013 แล้วค่ะ แบบนี้ดูเหมือนว่าจะเริ่มบานเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปีเลยนะคะ

สำหรับเมืองใหญ่เมืองอื่น ๆ เช่น ฟุกุโอกะจะเริ่มบานในช่วงวันที่ 20 มีนาคม นาโกย่าจะเริ่มบานช่วงวันที่ 21 มีนาคม โอซาก้าจะเริ่มบานช่วงวันที่ 25 มีนาคม เซนไดจะเริ่มบานช่วงวันที่ 7 เมษายน ซัปโปโรจะเริ่มบานช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม ส่วนเมืองอื่น ๆ นอกจากนี้นั้นสามารถเช็คที่ตารางด้านล่างได้เลยค่ะ

 

หลังจากวันที่บานวันแรกราว 4 – 9 วัน ดอกซากุระจึงจะเข้าสู่ช่วงที่บานเต็มที่ค่ะ ในปีนี้นั้นจัดว่าบานเร็วขึ้นกว่าปีก่อน ๆ ทุกเมืองเลยก็ว่าได้ อย่างในกรุงโตเกียว จะบานเต็มที่ในช่วงวันที่ 27 มีนาคม และหากเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ในช่วงวันที่ 27 – 29 นั้นจะตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์พอดี เหมาะที่จะไปพักผ่อนชมดอกไม้มาก ๆ เลยค่ะ

การประกาศในครั้งนี้เป็นการคาดการณ์ในวันที่ 9 มกราคม อาจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลังตามสภาพอากาศ ใครที่ต้องการจะไปเที่ยวพักผ่อนชมซากุระสวย ๆ ในช่วงวันหยุดยาว ก็อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนนะคะ ^^
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ n-kishou      สล็อตเว็บตรง

5 จุดชมซากุระทั่วโทโฮคุ ที่จะเปลี่ยนใจของคุณให้เป็นสีชมพู

5 จุดชมซากุระทั่วโทโฮคุ ที่จะเปลี่ยนใจของคุณให้เป็นสีชมพู

ฤดูใบไม้ผลิที่ญี่ปุ่นย่อมมาคู่กับซากุระ~ คราวนี้ ANNGLE จะพาเพื่อน ๆ เดินทางขึ้นเหนือจากโตเกียวไปยังภูมิภาคโทโฮคุ ไปชมซากุระสวย ๆ ณ จุดชมซากุระ 5 แห่งจาก 5 จังหวัดในโทโฮคุกัน แต่ละที่เราคัดมาแล้วว่าเด็ดจริงและคู่ควรแก่การไปเยือนมากที่สุด! เอาละ ถ้าพร้อมแล้วจะช้าอยู่ใย เก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทางจากโตเกียวไปตามเส้นทางรถไฟ JR สายโทโฮคุกันเลย!!

1. สวนฮานามิยามะ (花見山公園)

 

ไล่จากใต้ขึ้นเหนือเลย มาเริ่มสตาร์ทที่จุดชมซากุระในจังหวัดฟุกุชิมะ นี่คือสวนอุทยานบนภูเขาที่เต็มไปด้วยดอกไม้ ที่บอกว่าเต็มไปด้วย “ดอกไม้” นี้ไม่ใช่แค่ดอกซากุระอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงดอกไม้อื่นนานาพันธุ์ที่ช่วยกันแต่งแต้มสีสันให้ภูเขาทั้งลูกช่วงในฤดูใบไม้ผลิ กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้จุดชมซากุระที่สวนภูเขาฮานามิยามะแห่งนี้แตกต่างจากจุดชมซากุระทั่วไปที่มีแต่ดอกซากุระเท่านั้น เท่านั้นไม่พอยังมองเห็นวิวของเทือกเขาหิมะด้านหลังอีกต่างหาก อ้อ แถมนิดนึงว่าถึงไม่ใช่ฤดูซากุระที่นี่ก็มีดอกไม้และพรรณไม้อื่น ๆ ให้ชมได้เกือบตลอดปีเลยนะ

 

ช่วงเวลาซากุระบาน: ปลายเมษายน-ต้นพฤษภาคม
การเดินทาง: นั่งรถบัสจากสถานี JR Fukushima ประมาณ 15 นาที
ค่าเข้าชม: ฟรี

2. สวนฟุนาโอกะโจชิ (船岡城址公園)

 

ขยับขึ้นเหนืออีกนิด มาที่สวนฟุนาโอกะโจชิ หรือปราสาทเก่าฟุนาโอกะในจังหวัดมิยางิ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองเซนไดมากนัก จุดเด่นของสวนนี้คือมีรถรางให้เราได้นั่งลอดอุโมงค์ซากุระในระยะประชิดแบบฟิน ๆ เป็นระยะทางประมาณ 300 เมตร จากเชิงเขาขึ้นไปบนยอดเขา (ค่าบริการคนละ 500 เยน) ซึ่งเมื่อขึ้นไปถึงยอดแล้วเพื่อน ๆ จะได้เห็นวิวระดับพรีเมียมของหมู่ต้นซากุระที่ประดับประดารอบแม่น้ำชิราอิชิแบบพาโนรามาเลยทีเดียว

 

ช่วงเวลาซากุระบาน: ต้น-กลางเมษายน
การเดินทาง: เดินจากสถานี JR Funaoka ประมาณ 15 นาที
ค่าเข้าชม: ฟรี

3. ทิวแถวซากุระพันต้น (一目千本桜)

 

ยังคงอยู่กันที่จังหวัดมิยางิ กับ “ทิวแถวซากุระพันต้น” หรือ “ฮิโตเมะเซ็มบงซากุระ” ซึ่งมีความหมายว่า “มองเห็นซากุระ 1,000 ต้นเพียงแค่ชำเลืองมอง” ท่านได้ชื่อนี้แต่ใดมา? ก็ได้มาจากแนวต้นซากุระที่เรียงราวกันกว่า 1,200 ต้นเป็นระยะทางยาวถึง 8 กิโลเมตร ริมสองฝั่งแม่น้ำชิราอิชินั่นเอง วิวของต้นซากุระที่สะท้อนกับผืนน้ำที่นี่ช่างน่าประทับใจ

 

ช่วงเวลาซากุระบาน: ปลายเมษายน-ต้นพฤษภาคม
การเดินทาง: เดินจากสถานี JR Ogawara ประมาณ 15 นาที
ค่าเข้าชม: ฟรี

4. สวนคิตาคามิ เท็นโชจิ (北上展勝地)

 

เดินทางต่อมาที่จังหวัดอิวาเตะ มาชมวิวซากุระกว่า 150 สายพันธุ์เรียงรายเต็มฝั่งแม่น้ำคิตาคามิตลอดระยะทางยาว 2 กิโลเมตร จุดเด่นของจุดชมวิวซากุระนี้คือ นอกจากจะเดินชมซากุระไปตามทางเดินเลียบแม่น้ำได้แล้ว เพื่อน ๆ ยังสามารถเลือกนั่งรถม้าหรือนั่งเรือล่องแม่น้ำเพื่อชมซากุระในมุมมองที่แตกต่างออกไปได้อีกด้วย หรือถ้าใครอยากนั่งดื่มด่ำกับซากุระแบบเต็มที่จะพกขนมของว่างมานั่งปิกนิกใต้ต้นซากุระก็ได้เช่นกัน ใครชอบชมซากุระในบรรยากาศเย็น ๆ ริมน้ำต้องไม่พลาดนะ

 

 

ช่วงเวลาซากุระบาน: กลางเมษายน-ต้นพฤษภาคม
การเดินทาง: นั่งเรือจากสถานี JR Kitakami ประมาณ 5 นาที
ค่าเข้าชม: ฟรี

5. สวนปราสาทฮิโรซากิ (弘前公園)

 

เดินหน้าขึ้นเหนือมาถึงจังหวัดฮิโรซากิที่อยู่สูงสุดของภูมิภาคโทโฮคุ สวนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของปราสาทฮิโรซากิที่มีชื่อเสียง แต่อีกสิ่งที่ทำให้สวนฮิโรซากิได้รับความนิยมจากทั้งคนท้องถิ่นและต่างถิ่นก็คือซากุระมากมายที่เปลี่ยนทั้งสวนให้กลายเป็นสีชมพูในฤดูใบไม้ผลินั่นเอง โดยมีไฮไลท์ของการชมซากุระที่ไม่เหมือนที่อื่นคือ วิวงาม ๆ ของคลองขุดที่จะเปลี่ยนเป็นสีชมพูจากกลีบซากุระที่ร่วงโรยลงมาปกคลุมผิวน้ำ ว่ากันว่าของจริงสวยมากจนทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นเลยนะ

 

ช่วงเวลาซากุระบาน: ปลายเมษายน-ต้นพฤษภาคม
การเดินทาง: นั่งรถบัสจากสถานี JR Hirosaki ประมาณ 15 นาที
ค่าเข้าชม: ฟรี

ภูมิภาคโทโฮคุอาจจะเป็นจุดหมายที่หลายคนเลือกเก็บไว้เป็นตัวสำรอง แต่ความจริงแล้วถ้าเราแพลนไปเที่ยวแถบโตเกียวก็สามารถเดินทางไปโทโฮคุได้ง่าย ๆ ด้วยรถไฟ JR โดยใช้ JR East Pass (Tohoku Area) หากนั่งชินกันเซ็นจากโตเกียวไปฟุคุชิมะจะใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมงครึ่ง หรือถ้าจะขึ้นเหนือสุดไปอาโอโมริก็ใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นเอง ไม่ไกลไม่นานอย่างที่คิดเนอะ ถ้าวางแผนดี ๆ ก็สามารถเที่ยวได้ครบหมดในทริปเดียวได้เลยแหละ! ทริปชมซากุระครั้งหน้าอย่าลืมโทโฮคุนะ วิวสวย ๆ ของซากุระจะเปลี่ยนใจของทุกคนให้เป็นสีชมพูได้แน่นอน    สล็อตเว็บตรง

“อินานิวะอุด้ง” หนึ่งใน 3 อุด้งที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น เมนูผู้ดีจังหวัดอาคิตะ!

“อินานิวะอุด้ง” หนึ่งใน 3 อุด้งที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น เมนูผู้ดีจังหวัดอาคิตะ!

“อุด้ง” อาหารเมนูเส้นของญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคยดีกับลักษณะเส้นอ้วนนุ่มที่เคี้ยวหนึบ แต่พอมาเห็นเส้นเล็กบางของ “อินานิวะอุด้ง (稲庭うどん)” แล้ว อาจจะมีบางคนสงสัยว่านี่อุด้งจริงๆ ใช่ไหม? ทำไมดูเหมือนโซบะไม่ก็โซเม็งมากกว่า? ไม่ผิดค่ะ นี่คืออุด้งขนานแท้ชนิดหนึ่ง และเป็นอุด้งที่ติดอันดับ 3 อุด้งที่อร่อยที่สุดของญี่ปุ่นด้วย! บทความนี้ขอชวนเพื่อนๆ คนรักอุด้งและอาหารเส้นไปทำความรู้จักอุด้งชนิดพิเศษนี้กันค่ะ

“อินานิวะอุด้ง” ของดีเมืองอาคิตะที่เดิมจำกัดเฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้น

“อินานิวะอุด้ง” ของดีเมืองอาคิตะที่เดิมจำกัดเฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้น

อินานิวะอุด้ง เป็นอุด้งที่มีความเป็นมากว่า 300 ปีหรือตั้งแต่สมัยเอโดะ มีถิ่นกำเนิดในจังหวัดอาคิตะและเป็นอาหารที่เคยจำกัดเฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้น โดยเป็นวัตถุดิบที่ตระกูลซาทาเกะ (佐竹家) มักใช้ส่งเป็นของขวัญให้กับตระกูลหรือเจ้าแคว้นอื่นๆ ก่อนจะแพร่หลายสู่คนทั่วไปในเวลาต่อมา

ความแปลกตาของอินานิวะอุด้งคือนอกจากจะมีเส้นเล็กบางแล้ว ยังจำหน่ายเป็นเส้นแบบแห้ง ซึ่งต่างกับอุด้งอื่นที่จำหน่ายเป็นแป้งสดแช่เย็น แต่เมื่อนึกถึงคนในอดีตที่ส่งอินานิวะอุด้งเป็นของฝากและต้องใช้เวลาส่งเป็นวันเป็นสัปดาห์แล้ว การผลิตอินานิวะอุด้งออกมาเป็นเส้นแห้งที่เก็บรักษาได้นานก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ไม่ยาก

ทุกคนรู้ คนรักอุด้งรู้ ว่า “อินานิวะอุด้ง” อร่อยขนาดไหน

ถ้าถามคนญี่ปุ่นว่าอินานิวะอุด้งเป็นอาหารแบบไหนและอร่อยอย่างไร นี่คือคำบรรยายถึงความอร่อยของอินานิวะอุด้งที่เราจะได้

“อินานิวะอุด้ง เป็นอุด้งเส้นบางที่ผลิตโดยใช้ฝีมือของคนตลอดขั้นตอนการผลิต และใช้เวลา 3 – 4 วันกว่าจะได้เส้นอินานิวะอุด้งที่เสร็จสมบูรณ์ เพียงนำเส้นอินานิวะอุด้งแห้งมาลวกน้ำ 3 นาทีและผ่านน้ำเย็นเล็กน้อยก็จะได้เส้นอินานิวะอุด้งของดีเมืองอาคิตะพร้อมเสิร์ฟแล้ว

เส้นอินานิวะอุด้งอ้วนกว่าเส้นโซเมงเล็กน้อย มีรสสัมผัสเนียนนุ่มแต่ยังมีความเด้งแฝงอยู่ที่รู้สึกได้เมื่อเคี้ยว ด้วยผิวเส้นที่เนียนละเอียดจนเป็นประกายเมื่อลวกเสร็จใหม่ๆ ทำให้แม้ตอนจะกินยังรู้สึกเสียดาย และกลืนได้คล่องคอจนกินได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อ ที่สำคัญคือเนื้อเส้นอินานิวะอุด้งไม่มีรสฝาดของแป้งทำให้อร่อยกับซุปได้อย่างเต็มที่”

พอได้ยินแบบนี้ คนรักอาหารเส้นและอุด้งคงจะพลาดไม่ได้แล้ว แต่ในจังหวัดอาคิตะที่มีร้านอินานิวะอุด้งอยู่มากมาย เราจะหาอินานิวะอุด้งอร่อยๆ ที่ไหนได้บ้างนะ?

เปิดลิสต์ 4 ร้านขุมทรัพย์อินานิวะอุด้ง

1. สนุกและอร่อยกับอินานิวะอุด้งที่ร้าน “ซาโต โยสุเกะ สาขาหลัก”

พูดถึงอินานิวะอุด้งก็ต้องอินานิวะอุด้งของร้าน “ซาโต โยสุเกะ (佐藤養助 総本店)” ร้านอินานิวะอุด้งที่ถ่ายทอดเคล็ดลับการทำเส้นอินานิวะอุด้งชั้นเลิศจากรุ่นสู่รุ่นมากว่า 100 ปี และที่ร้านซาโต โยสุเกะ สาขาหลักนี้ นอกจากจะอร่อยกับอินานิวะอุด้งต้นตำรับของทางร้านแล้ว เรายังสามารถสนุกกับการทำอินานิวะอุด้งได้ผ่านกิจกรรมของทางร้านอีกด้วย

 

เวลาเปิด-ปิด: 11.00-17.00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ที่อยู่: Inaniwa-80 Inaniwacho, Yuzawa, Akita Prefecture
Website: www.sato-yoske.co.jp/en/

2. ลงสถานีก็มีอินานิวะอุด้งให้อร่อยเลย ที่ ร้าน “Mugendo”

ร้านอาหารญี่ปุ่น Mugendo (無限堂) เป็นร้านอาหารท้องถิ่นติดกับสถานีรถไฟอาคิตะ บรรยากาศภายในร้านมีความผสมผสานระหว่างญี่ปุ่นและกลิ่นอายของฮอลันดา (เนเธอร์แลนด์) อย่างลงตัว ทำให้นอกจากจะอร่อยกับอินานิวะอุด้งสูตรเฉพาะของร้านแล้ว เรายังสามารถสนุกกับบรรยากาศร้านที่แม้จะมีความเป็นญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคย แต่ยังมีความเป็นยุโรปซ่อนอยู่ให้ค้นหา

 

เวลาเปิด-ปิด: 11.00-22.00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุด
ที่อยู่: 4-12 2 Chome-4-12 Nakadori, Akita Prefecture
Website: www.mugendo.jp

3. ชิมอินานิวะอุด้งในบรรยากาศเมืองเก่าที่ร้าน “Fukiya”

ร้านอาหารญี่ปุ่น Fukiya (お食事処ふきや) เป็นร้านอาหารที่อยู่ในคาคุโนะดาเตะ ย่านเมืองเก่าที่ยังคงรักษาบรรยากาศในอดีตของเมืองไว้ได้จนได้รับฉายาว่า “เมืองเกียวโตน้อยแห่งโทโฮคุ” นอกจากจะมีโซนที่เป็นร้านขายของที่ระลึกแล้ว ในร้านยังมีโซนร้านอาหารที่เสิร์ฟอินานิวะอุด้งจากร้านซาโต โยสุเกะให้อร่อยกันได้ง่ายๆ

 

เวลาเปิด-ปิด: 10.00-19.00 น.
วันหยุด: ไม่มีวันหยุดในช่วงเดือนเมษายน – ตุลาคม
ที่อยู่: 28 Kobitomachi, Kakunodate, Semboku City, Akita Prefecture
Website: www.kakunodate-fukiya.com/en/

 

4. อร่อยกับอินานิวะแบบผู้ดีในคฤหาสน์ซามูไรที่ “คฤหาสน์อาโอยางิ”

คฤหาสน์อาโอยางิ (角館歴史村・青柳家) เป็นอดีตคฤหาสน์ซามูไรที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง และเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของคาคุโนะดาเตะ ภายในคฤหาสน์มีห้องน้ำชาและร้านอาหารที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักเติมพลังด้วยอินานิวะอุด้ง และชุดชากับขนมญี่ปุ่นอร่อยๆ ในบรรยากาศของคฤหาสน์ซามูไร    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

 

เวลาเปิด-ปิด: 09.00-17.00 น. / ช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคมจะเปิดถึง 16.30 น.
วันหยุด: ไม่มี
ที่อยู่: 3 Omotemachishimocho, Kakunodate, Semboku City, Akita Prefecture
Website: www.samuraiworld.com

นอกจากจะเป็นหนึ่งเมนูขึ้นชื่อประจำจังหวัดที่ห้ามพลาดแล้ว อินานิวะอุด้งยังเป็นอีกหนึ่ง Comfort Food ที่มัดใจคนอาคิตะและคนต่างแดนมากว่า 300 ปีอีกด้วย ซึ่งตอนนี้ อินานิวะอุด้งกำลังรอให้เพื่อนๆ ไปท้าพิสูจน์ความอร่อยกันที่จังหวัดอาคิตะอยู่ค่ะ