“Yakiniku LIKE” ร้านเนื้อย่างสำหรับลูกค้าฉายเดี่ยว ที่กำลังมาแรงในญี่ปุ่น

“Yakiniku LIKE” ร้านเนื้อย่างสำหรับลูกค้าฉายเดี่ยว ที่กำลังมาแรงในญี่ปุ่น

หากเป็นเมื่อก่อน การไปร้านสุกี้-ชาบู ร้านเนื้อย่าง หรือไปร้องคาราโอเกะคนเดียวถือเป็นเรื่องค่อนข้างน่าอายของคนญี่ปุ่น แต่เมื่อช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมานี้ เทรนด์ของการไปใช้บริการร้านอาหารหรือคาราโอเกะคนเดียวเริ่มมีมากขึ้น ยิ่งเป็นช่วงที่ทั่วโลกเผชิญกับโควิด-19 ยิ่งทำให้กระแสของการไปใช้บริการร้านอาหารคนเดียวได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก

เมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา มีการสำรวจโดยสถาบัน Yano Research (矢野経済研究所) ว่าร้านอาหารทั่วญี่ปุ่นมีรายได้จากลูกค้าที่เข้าร้านมาคนเดียวเกือบ 8 ล้านล้านเยน (ประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท)

โดยจากการสำรวจนี้ยังพบว่า ในบรรดาร้านอาหารแนวสุกี้-ชาบูและร้านเนื้อย่างที่ได้รับความนิยมในหมู่ลูกค้าฉายเดี่ยวมากที่สุดคือร้าน Yakiniku LIKE (焼肉ライク) และยังเป็นร้านที่ถูกกล่าวถึงในโลกโซเชียลและมีการค้นหาคำนี้ในอินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมากอีกด้วย

 

ขณะที่มีร้านอาหารจำนวนมากต้องปิดตัวไปเพราะผลกระทบจากโควิด-19 อะไรเป็นสาเหตุให้ร้าน Yakiniku LIKE ยังได้รับความนิยมและขายดิบขายดี ครั้งนี้ผู้เขียนจะมาเล่าให้ฟังค่ะ

ที่มาของ Yakiniku LIKE

 

หลายคนอาจคิดว่าไอเดียของร้านนี้เกิดขึ้นมาเพราะโควิด-19 แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ Yakiniku LIKE เริ่มเปิดบริการสาขาแรกในเดือนสิงหาคม 2018

คุณอาริมุระ โมริฮิสะ (有村壮央) ประธานบริษัท Yakiniku LIKE เล่าว่า เขาเริ่มเห็นกระแสความนิยมของการไปรับประทานอาหารตามร้านคนเดียว เขาจึงอยากทำร้านอาหารที่แม้ว่าจะไปคนเดียวก็สามารถใช้เวลาในการรับประทานอาหารอย่างมีความสุขและผ่อนคลายได้ นอกจากนี้ ร้านอาหารในลักษณะนี้ ยังตอบโจทย์คนที่อยากกินเนื้อย่างแต่มีเวลาไม่มาก รวมทั้งราคาอาหารก็สบายกระเป๋าอีกด้วย

 

 

สร้างยอดขายจากแนวคิดที่แตกต่าง

หากเป็นเมื่อก่อน การไปร้านเนื้อย่างส่วนใหญ่จะนิยมไปเป็นหมู่คณะ เช่น การไปเลี้ยงสังสรรค์กันในครอบครัวหรือไปกับเพื่อนร่วมงาน ทำให้การหมุนเวียนลูกค้าในแต่ละโต๊ะค่อนข้างใช้เวลานาน อย่างต่ำก็ 1-2 ชั่วโมง

แต่ลูกค้าที่ร้าน Yakiniku LIKE หลายราย ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงในการใช้บริการแต่ละครั้ง ทำให้อัตราการหมุนเวียนของแต่ละโต๊ะเร็วและสามารถรับลูกค้าได้จำนวนมากในแต่ละวัน

นอกจากนี้ สิ่งที่สร้างความแตกต่างจากร้านเนื้อย่างทั่วไปคือ ร้านนี้มี “ชุดอาหารยากินิกุสำหรับมื้อเช้า” ด้วย คุณอาริมุระเล่าว่า ทีแรกก็ไม่มั่นใจว่าไอเดียนี้จะได้รับการตอบรับอย่างไร แต่กลายเป็นว่าชุดอาหารเช้านี้ได้รับความนิยมอย่างมากทีเดียว

 

การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ต่างจากคู่แข่ง

เมื่อไม่นานมานี้ Yakiniku LIKE เพิ่งเปิดสาขาใหม่ในย่านเอบิสึ (恵比寿) กรุงโตเกียว หากใครเคยแวะไปในย่านนี้น่าจะพอเห็นว่าเอบิสึเป็นแหล่งร้านอาหารสำหรับเลี้ยงฉลอง และมีร้านเนื้อย่างมากมายนับไม่ถ้วน

แต่ Yakiniku LIKE ยังมีลูกค้าแวะเวียนมาใช้บริการต่อเนื่อง เพราะแนวคิดของร้านที่จับกลุ่มเป้าหมายซึ่งแตกต่างจากร้านเนื้อย่างร้านอื่นๆ

 

คุณอาริมุระเล่าว่า Yakiniku LIKE เทียบได้กับร้านอาหารจานด่วนอย่างร้านราเมงหรือร้านข้าวหน้าเนื้อที่คนมักใช้เวลากับมื้ออาหารไม่นาน ตำแหน่งที่ตั้งของสาขานี้อยู่บริเวณใกล้กับสถานีรถไฟ อีกทั้งย่านเอบิสึก็เป็นย่านที่มีผู้คนพลุกพล่าน ทำให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน

นอกจากนี้ ระบบการสั่งอาหารในร้านก็ได้แรงบันดาลใจมาจากร้านซูชิสายพาน คือลูกค้าสามารถสั่งอาหารได้จากหน้าจอที่มีประจำในแต่ละโต๊ะ อีกทั้งสามารถชำระค่าอาหารได้ด้วยตัวเองที่เครื่องแคชเชียร์อีกด้วย

 

การใช้ระบบอัตโนมัตินี้ ช่วยให้ร้านสามารถลดต้นทุนค่าพนักงานและนำไปเพิ่มคุณภาพของวัตถุดิบ จึงทำให้สามารถขายอาหารให้ลูกค้าได้ในราคาที่คุ้มกับคุณภาพ

ชุดอาหารเนื้อและลิ้นวัวที่เป็นที่นิยม

Yakiniku LIKE ใช้เวลาเพียง 3 ปีในการขยายกิจการ และเพิ่มสาขามากถึง 69 สาขาทั่วญี่ปุ่น (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2021) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้าแฟรนไชส์ ทำให้สามารถขยายสาขาได้รวดเร็ว

นอกจากนี้ ทางร้านยังมีแผนจะขยายสาขาออกไปในพื้นที่ชานเมือง รวมถึงร้านเล็กๆ ในสถานีรถไฟ และร้านขายข้าวกล่องยากินิกุเบนโตะสำหรับ take away เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นอีกด้วย

 

เรียกได้ว่าคอนเซปต์ของร้านค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว นอกจากจะสามารถไปกินเนื้อย่างคนเดียวได้แบบไม่เคอะเขิน ยังได้อาหารคุณภาพดีคุ้มค่ากับราคาด้วย ใครที่เป็นสายเนื้อและมีโอกาสไปเจอร้านนี้ที่ญี่ปุ่น จะลองไปใช้บริการดูก็ได้นะคะ